
สหพันธ์ฟุตบอลนานาชาติ (FIFA) ได้ออกมาแถลงการณ์อย่างเป็นทางการเพื่อสร้างความเชื่อมั่น หลังจากที่ นายเมห์ดี ทาจ ประธานสหพันธ์ฟุตบอลอิหร่าน ได้ออกมาเปิดเผยว่าทีมชาติอิหร่านอาจจำเป็นต้องถอนตัวจากการแข่งขัน FIFA World Cup 2026 เนื่องจากสถานการณ์ความตึงเครียดทางการเมืองที่ทวีความรุนแรงขึ้น
สถานการณ์ของอิหร่านในกลุ่ม G
ตามผลการจับสลากเดิม อิหร่านถูกจัดอยู่ใน กลุ่ม G ร่วมกับ เบลเยียม, อียิปต์ และนิวซีแลนด์ โดยมีโปรแกรมต้องลงเตะทั้ง 3 นัดในสหรัฐอเมริกา (ที่ลอสแอนเจลิส และซีแอตเทิล)
- ปัญหาหลัก: นายเมห์ดี ทาจ ระบุว่าสภาพจิตใจของนักเตะและทีมงานไม่พร้อมที่จะโฟกัสกับการแข่งขันได้ในขณะนี้
- ลีกในประเทศหยุดชะงัก: ปัจจุบันฟุตบอลลีกของอิหร่านถูกสั่งระงับการแข่งขันอย่างไม่มีกำหนด และการตัดสินใจขั้นสุดท้ายเรื่องฟุตบอลโลกจะต้องรอการอนุมัติจากหน่วยงานความมั่นคงระดับสูงของประเทศ
ท่าทีของ FIFA: “ความปลอดภัยต้องมาก่อน”
นายแมตเทียส กราฟสตรอม เลขาธิการทั่วไปของ FIFA ยืนยันว่าองค์กรกำลังติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด:
- มาตรการรักษาความปลอดภัย: FIFA ให้ความสำคัญกับความปลอดภัยของนักกีฬาและแฟนบอลเป็นอันดับหนึ่ง และหวังว่าสถานการณ์จะคลี่คลายลงก่อนทัวร์นาเมนต์จะเริ่มขึ้น
- ความหวัง: FIFA ยังคงต้องการให้ทั้ง 48 ทีมเข้าร่วมการแข่งขันตามกำหนดเดิมเพื่อให้ทัวร์นาเมนต์สมบูรณ์ที่สุด

แผนสำรอง: ใครจะมาแทนอิหร่าน?
หากอิหร่านตัดสินใจถอนตัวจริง FIFA ได้เตรียมแผนรองรับไว้แล้วตามระเบียบการแข่งขัน:
- โควตาเอเชีย: สิทธิ์การแข่งขันจะถูกส่งต่อให้กับทีมจากโซนเอเชีย (AFC) โดยผู้เชี่ยวชาญคาดการณ์ว่า อิรัก คือตัวเต็งอันดับหนึ่งที่จะได้รับสิทธิ์แทน
- การปรับผัง: อาจมีการขยับเอาทีมอย่าง ยูเออี (UAE) เข้ามาเสียบแทนในสายการแข่งขันรอบเพลย์ออฟระหว่างทวีป เพื่อให้ผังการแข่งขันลงตัวที่สุด
บทสรุปจากมุมมองนักวิเคราะห์
ในช่วงเวลาไม่กี่วันข้างหน้านี้ถือเป็นช่วงวิกฤตที่สำคัญ ไม่ใช่แค่สำหรับฟุตบอลทีมชาติอิหร่าน แต่รวมถึงภาพรวมของฟุตบอลโลก 2026 ทั้งหมด หากมีการถอนตัวเกิดขึ้นจริง จะถือเป็นครั้งแรกในรอบหลายสิบปีที่มีทีมถอนตัวจากฟุตบอลโลกรอบสุดท้ายเนื่องจากเหตุผลทางการเมือง ซึ่งจะส่งผลกระทบต่อทั้งลิขสิทธิ์ถ่ายทอดสดและการจัดสายการแข่งขันอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้

