
คำถามที่ดังที่สุดในถิ่น เซลเฮิร์สต์ พาร์ก (Selhurst Park) เวลานี้คือ “คริสตัล พาเลซ จะเอาประตูจากไหน?” ในเมื่อเหล่าบรรดาแนวรุกพากันนัดหยุดยิงอย่างพร้อมเพรียง นับตั้งแต่ชัยชนะเหนือฟูแล่ม 2-1 เมื่อวันที่ 7 ธันวาคมที่ผ่านมา ซึ่งเป็นช่วงเวลาที่พวกเขาเคยผงาดขึ้นไปถึงอันดับ 4 ของตาราง แต่หลังจากนั้นเป็นต้นมา ทัพ “ปราสาทเรือนแก้ว” ยังไม่เคยยิงประตูคู่แข่งได้เกิน 1 ลูกต่อเกมเลยในศึกพรีเมียร์ลีก ความตีบตันนี้กำลังกัดกินความมั่นใจของทีมอย่างรุนแรง
ฝันร้ายในแดนหน้า: เมื่อกองหน้าสากกะเบือเรียกพี่ และกองกลางนัดหยุดยิง
เป้าสายตาของความผิดหวังพุ่งไปที่ ฌอง-ฟิลิปป์ มาเตต้า กองหน้าชาวฝรั่งเศสที่ฟอร์มตกอย่างน่าใจหาย โดยยิงได้เพียง 1 ประตูจาก 12 นัดหลังสุด อย่างไรก็ตาม เขายังคงเป็นดาวซัลโวของทีมที่ 12 ประตูรวมทุกรายการ ทิ้งห่าง อิสไมล่า ซาร์ (8 ประตู) และ ดาเนียล มูนญอซ (4 ประตู) ปัญหาของมาเตต้าไม่ได้มีแค่เรื่องฟอร์ม แต่ยังมีอาการบาดเจ็บเข่ารบกวน รวมถึงข่าวลือหนาหูว่า น็อตติ้งแฮม ฟอเรสต์ พร้อมทุ่ม 35 ล้านปอนด์ดึงตัวเขาไปร่วมทีม ซึ่งหากพาเลซตัดสินใจขายคีย์แมนในช่วงลุ้นหนีตกชั้นแบบนี้ ก็นับว่าเป็นความเสี่ยงที่มหาศาล
นอกจากกองหน้าแล้ว แผงกองกลางก็เงียบกริบอย่างน่ากลัว นับตั้งแต่ โอลิเวอร์ กลาสเนอร์ เข้ามาคุมทีม ยังไม่มีกองกลางตัวกลางคนไหนทำประตูได้เลย แม้แต่นักเตะค่าตัวสถิติสโมสรอย่าง เบรนแนน จอห์นสัน ก็ยังโชว์ฟอร์มไม่ออก ส่วนหนึ่งเป็นเพราะเพื่อนร่วมทีมสร้างสรรค์โอกาสให้ไม่มากพอ

รอยร้าวในแนวรับ: การจากไปของเกฮี และช่องว่างที่เติมไม่เต็ม
เมื่อเกมรุกพึ่งไม่ได้ เกมรับควรจะเป็นที่พึ่งสุดท้าย แต่ตอนนี้มันกลายเป็น “จุดตาย” ไปเสียแล้ว พาเลซเก็บคลีนชีตได้เพียงนัดเดียวในลีกนับตั้งแต่วันที่ 3 ธันวาคม การขายกัปตันทีมอย่าง มาร์ค เกฮี ให้กับแมนเชสเตอร์ ซิตี้ ส่งผลกระทบต่อเสถียรภาพอย่างรุนแรง
ตัวแทนที่มีอยู่อย่าง ชาดี้ เรียด วัย 22 ปี ก็มีประสบการณ์ในลีกสูงสุดน้อยเกินไปเพียงแค่ร้อยกว่านาที ส่วนดาวรุ่งอย่าง เจย์ดี แคนวอต ก็ยังขาดความสม่ำเสมอ มีข้อผิดพลาดให้เห็นบ่อยครั้ง แม้ เจฟเฟอร์สัน เลอร์มา จะขยับมาช่วยยืนเซนเตอร์แบ็กได้ แต่เขาก็ไม่ตอบโจทย์การเซตบอลจากแดนหลังตามปรัชญาของกลาสเนอร์
สรุปสถานการณ์: ระหว่างความล้มเหลวกับถ้วยยุโรป
แม้สถานการณ์ในลีกจะดูมืดมน แต่ในความเป็นจริง พาเลซมี 28 แต้มจาก 23 นัด ซึ่งมากกว่าช่วงเวลาเดียวกันของฤดูกาลก่อนด้วยซ้ำ (ที่มี 27 แต้ม) หากพวกเขาสามารถเอาชนะในเกม “ชิงดำ” กับเบิร์นลีย์และวูล์ฟแฮมป์ตันได้ โอกาสรอดตกชั้นก็ค่อนข้างสดใส
ที่น่าเหลือเชื่อคือ ในขณะที่แฟนบอลกังวลเรื่องการตกชั้น คริสตัล พาเลซ กลับเป็นหนึ่งในตัวเต็งที่จะคว้าแชมป์ คอนเฟอเรนซ์ ลีก (Conference League) ในฤดูกาลนี้ด้วย หากตัวหลักอย่าง ดาอิจิ คามาดะ หรือ เอ็ดดี้ เอ็นเคเทียห์ หายเจ็บกลับมาทันเวลา เส้นทางระหว่างหายนะกับเกียรติยศของทีมจากลอนดอนใต้อาจเปลี่ยนไปในพริบตา
FAQ: 3 คำถามยอดฮิตเกี่ยวกับสถานการณ์คริสตัล พาเลซ
1. ทำไมผลงานของ คริสตัล พาเลซ ถึงตกลงอย่างน่าใจหายในช่วงหลัง? สาเหตุหลักมาจากอาการบาดเจ็บของนักเตะตัวหลักและการขายกองหลังคนสำคัญอย่าง มาร์ค เกฮี ออกไป รวมถึงปัญหาความเด็ดขาดในแดนหน้าของ ฌอง-ฟิลิปป์ มาเตต้า ที่ฟอร์มตกพร้อมกับอาการบาดเจ็บเข่า
2. โอลิเวอร์ กลาสเนอร์ จะยังคุมทีมต่อไปจนจบฤดูกาลหรือไม่? มีรายงานยืนยันว่ากลาสเนอร์จะอำลาทีมหลังจบฤดูกาลนี้แน่นอน ทำให้เกิดคำถามเรื่องแรงจูงใจในการคุมทีม และทิศทางการซื้อขายนักเตะว่าควรจะเน้นดาวรุ่งเพื่ออนาคต หรือนักเตะเก๋าเพื่อมาช่วยประคองทีมให้อยู่รอดในระยะสั้น
3. โอกาสในการรอดตกชั้นของพาเลซมีมากน้อยแค่ไหน? หากดูจากคะแนนปัจจุบัน (28 แต้ม) พวกเขาอยู่ในสถานการณ์ที่ดีกว่าปีที่แล้วเล็กน้อย กุญแจสำคัญคือเกมในบ้านที่จะพบกับทีมในโซนท้ายตารางด้วยกัน หากเก็บ 6 แต้มเต็มจากเบิร์นลีย์และวูล์ฟส์ได้ โอกาสรอดมีสูงถึง 90%
สรุป: คริสตัล พาเลซ กำลังเผชิญกับช่วงเวลาที่ยากลำบากที่สุดของฤดูกาล ทั้งปัญหาภายในเรื่องการย้ายทีม สภาพจิตใจ และฟอร์มการเล่นที่ดิ่งลง แต่พวกเขายังมี “ไพ่ตาย” ในฟุตบอลถ้วยยุโรปและโปรแกรมการแข่งขันที่ยังเอื้ออำนวยให้พลิกสถานการณ์ได้อยู่
Thscore คือ แหล่งรวบรวมข้อมูลสำหรับคนที่มีใจรักกีฬา โดยเฉพาะอย่างยิ่งฟุตบอล ที่นี่คุณจะพบกับข่าวสาร พรีวิว และรีวิวอย่างละเอียดถี่ถ้วน จากกูรูนักวิเคราะห์ชั้นนำ ทั้ง ผลบอลล่าสุด ข้อมูลลีกดังระดับโลก อาทิ พรีเมียร์ลีก บุนเดสลีกา และลาลีกา รับรองว่าจะทำให้คุณได้รู้ทันสถานการณ์ฟุตบอล และความเคลื่อนไหวในวงการกีฬาอย่างครบถ้วน สามารถดูคลิปเพิ่มเติมได้ที่ youtube

